บทที่ 4 ตอนที่ 4

กรามแกร่งที่มีไรหนวดประปรายขบกันแน่น ความเดือดดาลแล่นพล่านในอก เขาชังน้ำหน้าของนางในผู้นี้ ตั้งแต่บังเอิญได้ยินว่าหล่อนบังอาจรักเขาแล้วละ

ยังจะมีหน้ามาทำหน้าตาน่าสงสารอีกหรือ

องค์รัชทายาทสูงศักดิ์เกรี้ยวกราดเดือดดาลอยู่ภายในอก เขาเกลียดดวงตากลมโตที่หวานฉ่ำสดใสราวกับพระอาทิตย์ยามเช้าของเจ้าหล่อน และก็เกลียดริมฝีปากสีแดงระเรื่อที่ดูเหมือนจะหนาเกินไปของหล่อนเป็นที่สุด เพราะสิ่งที่เห็นมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงการควบคุมตัวเองที่ลดน้อยถอยลง ซึ่งเขาไม่ชอบความรู้สึกบ้าบอนี้เลย

จามีลกัดฟันละสายตาจากดวงหน้าหวานละมุนตาของชมพูนุช และไม่คิดจะชายตาแลเจ้าหล่อนอีกเลย เขาพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบน้องชายและน้องสะใภ้อยู่สักพักก็ขอตัวกลับ โดยที่เจ้าชายเซรีมผู้เป็นน้องชายออกคำสั่งให้นางในหน้าหวานตามติดออกมาส่งนอกตำหนัก แต่เขาปฏิเสธทันควัน

“ไม่ต้องให้นางเข้าใกล้พี่”

เจ้าชายเซรีมชะงักเล็กน้อย มองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้บูดบึ้งของพี่ชายด้วยความแคลงใจ

“มีอะไรเหรอพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่”

“ไม่มีอะไรหรอก พี่ไปละ”

แล้วองค์รัชทายาทรูปงามก็เดินหายออกไปจากตำหนักของจัสมิน ในขณะที่ชมพูนุชก้มหน้าซีดเผือดลงมองพื้นพรมหนาด้วยความเจ็บปวด

มะลิมองนางกำนัลของตัวเองด้วยความเห็นใจ เพราะหล่อนมองออกว่าชมพูนุชแอบรักองค์รัชทายาทจามีล แต่ความรักนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะทั้งสองคนต่างกันราวกับฟ้าและเหว

“เจ้าไปเก็บดอกไม้ในสวนกับเราเถอะชมพูนุช”

“เพคะ พระชายา” ชมพูนุชตอบรับคำสั่งของเจ้านายเสียงสั่นเครืออย่างสุดควบคุม

“เดี๋ยวหม่อมฉันมานะเพคะเจ้าพี่” มะลิหันไปบอกสามีสุดหล่อของตัวเอง

เจ้าชายเซรีมระบายยิ้ม มองภรรยาอย่างเป็นห่วง “ให้เราไปเป็นเพื่อนไหม”

“เจ้าพี่ไปประชุมราชกิจเถอะเพคะ หม่อมฉันมีชมพูนุชและนางกำนัลอีกตั้งหลายคน ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพคะ”

“งั้นต้องเดินให้ระมัดระวัง เข้าใจนะทูนหัว”

ความห่วงใยของเจ้าชายเซรีมที่มีต่อหล่อนนั้นไม่เคยเปลี่ยน

แปลงไปเลย มะลิระบายยิ้มกว้าง น้ำตาแห่งความตื่นเต้นเอ่อล้นขอบตาทั้งสองข้าง

“ขอบพระทัยเพคะเจ้าพี่”

เจ้าชายเซรีมอมยิ้ม ดึงภรรยาเข้ามาจูบแก้มเบาๆ ก่อนจะหันมาสั่งเหล่านางกำนัล

“พวกเจ้าดูแลเมียเราให้ดีนะ อย่าให้ได้รับอันตรายอันใดเด็ดขาด”

“เพคะเจ้าชายเซรีม” เหล่านางกำนัลตอบรับ

“งั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ”

มะลิถวายบังคมสามีสุดหล่อ ก่อนจะเดินออกไปจากตำหนัก โดยมีนางกำนัลซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือชมพูนุชตามติดไปอารักขาอย่างใกล้ชิด

ชมพูนุชลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าตรู่ของวันถัดมา แสงสีเงินยวงของพระอาทิตย์สะท้อนอยู่กับขอบฟ้ากว้าง หล่อนยืนมองทางหน้าต่างของห้องพัก ยิ้มเศร้าๆ ให้กับความต่ำต้อยของตัวเอง

จะดีแค่ไหนนะ หากหล่อนได้ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนขององค์          รัชทายาทจามีลในทุกๆ เช้า ผู้ชายที่หล่อนเฝ้ารัก เฝ้าภักดีมาตลอดตั้งแต่หัวใจรู้จักความรักระหว่างชายหญิง ชื่อของเขาเฝ้าวนเวียนอยู่ในสมอง ลมหายใจของหล่อนก็มีแต่เขาและเขาเรื่อยมา แม้จะรู้ดีว่าทำได้แค่แอบรักเท่านั้นก็ตาม

หญิงสาวฝืนยิ้มให้กับตัวเอง ก่อนจะกัดฟันสลัดความเศร้าหมอง และเตรียมตัวไปรับใช้พระชายาจัสมินที่ตำหนัก หลังจากอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จแล้ว หล่อนเดินออกมาจากเรือนพัก แต่แล้วก็ต้องชะงักเท้ากึก เมื่อหางตาแลไปเห็นแผ่นหลังของพี่ชายอยู่ในมุมเสาด้านในสุดของตัวบ้าน

“คืนนี้เราจะหนีออกไปจากวังด้วยกัน เจ้าไปรอพี่ที่ประตูวังทางด้านทิศตะวันออกตอนสองยาม”

ดวงตากลมโตของชมพูนุชแทบถลน สิ่งที่ได้ยินทำให้ความหวาดกลัวแล่นเข้ามาแน่นอก หล่อนน้ำตาคลอ มองแผ่นหลังของพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

“พี่ฟีรัส... นี่พี่คิดจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไงกันคะ” หล่อนพึมพำด้วยความวิตกกังวล และก็ยืนรอจนพี่ชายส่งมัสรานีออกไปจากอาณาเขตของบ้านพักแล้ว หล่อนจึงก้าวออกมาจากที่ซ่อน เผชิญหน้ากับพี่ชาย

“ชมพูนุช!” สีหน้าของฟีรัสเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือชมพูนุช”

ผู้เป็นน้องสาวเม้มปากแน่น ช้อนตามองพี่ชาย ก่อนจะพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง “สิ่งที่พี่ฟีรัสจะทำ... มันเป็นเรื่องผิดมากนะคะ ฉัน... เป็นห่วงพี่ ได้โปรดยุติเรื่องนี้ลงเถอะค่ะ”

“พี่ตัดสินใจแล้ว และถ้าเจ้ารักพี่ ไม่อยากให้พี่ตาย เจ้าก็ต้องเก็บเรื่องที่เจ้าได้ยินเอาไว้เป็นความลับ”

“พี่ฟีรัส...”

“แต่ถ้าเจ้าต้องการเห็นพี่รับโทษจนตาย เจ้าก็เอาเรื่องนี้ไปกราบทูลองค์รัชทายาทได้เลย”

หล่อนส่ายหน้าไปมา มองพี่ชายอย่างวิงวอน น้ำตาไหลรินออกมาด้วยความเสียใจ

“แล้วพี่คิดว่าจะหนีพ้นเหรอคะ มันไม่มีประโยชน์อะไรหรอกที่พี่จะทำแบบนี้”

“นี่คือทางออกเดียวที่พี่กับน้องมัสรานีจะได้อยู่ด้วยกัน”

“มันยังมีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้อีกนะพี่ฟีรัส แต่พี่กับคุณมัสรานีไม่ยอมทำเท่านั้นเอง”

ฟีรัสมองน้องสาว ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “พี่รู้ว่าเจ้าหมายความว่าอะไร แต่พี่ไม่กล้าพอที่จะไปสารภาพความจริงกับองค์       รัชทายาทหรอก และน้องมัสรานีเองก็ไม่กล้าเช่นกัน ดังนั้นการหนีจากไป คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”

“แต่ว่า...”

พี่ชายต่างมารดายกมือขึ้นวางบนบ่าบอบบางของหล่อน และพูดสั่งเสีย “ฝากดูแลพ่อของพี่ด้วยนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป